Sound Healing
Where Sound Becomes Healing
ศาสตร์การบำบัดด้วยคลื่นเสียง เป็นการใช้ความถี่ (frequency) และแรงสั่นสะเทือน (vibration) เพื่อปรับสมดุลระบบประสาท คลื่นสมอง และพลังงานในร่างกาย
โยคะนิทราคือภาวะ “หลับอย่างรู้ตัว” ที่คลื่นสมองลดลงสู่ระดับ Theta–Delta ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้ลึกที่สุด เมื่อผสานกับเสียงคริสตัลโบล์ว จะช่วยให้การเข้าสู่ภาวะนี้ง่ายและลึกขึ้น
กระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (rest-and-digest)
ลดความเครียดสะสมและภาวะ burnout
ปรับคุณภาพการนอน
ลดอาการปวดศีรษะจากความตึงเครียด
ส่งเสริมกระบวนการซ่อมแซมระดับเซลล์
ช่วยรีเซ็ตอารมณ์และจิตใต้สำนึก
ผู้ที่นอนไม่หลับ หลับไม่ลึก ทั้งจากความเครียด หรือการเจ็บป่วย
คนทำงานที่ใช้สมองหนัก
ผู้ที่มีความเครียดเรื้อรัง
ผู้ต้องการฟื้นฟูพลังชีวิตโดยไม่ต้องออกแรง
ผู้ฝึกสมาธิที่ต้องการเข้าภาวะลึกขึ้น
ผู้ที่มีภาวะซึมเศร้า อาการทางจิตใจ
ผู้ฝึกจะอยู่ในท่านอนหงายอย่างสบายบนเบาะที่จัดเตรียมไว้ เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลายอย่างเต็มที่ ครูจะค่อย ๆ นำเข้าสู่สมาธิเบื้องต้น ปรับลมหายใจและระบบประสาทให้เข้าสู่ภาวะนิ่งสงบ
จากนั้นจะได้สัมผัสกับคลื่นเสียงคริสตัลโบล์วความถี่ 432 Hz ที่ทำงานร่วมกับการฝึกโยคะนิทรา ซึ่งเป็นการทำสมาธิแบบ Guided Meditation ตามศาสตร์โยคะอายุรเวท ช่วยพาผู้ฝึกเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายลึกในระดับคลื่นสมอง Theta–Delta อันเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายและจิตใจสามารถฟื้นฟูตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 60 นาที
ปิดท้ายด้วยการอ่านพลังงานผ่านไพ่ออราเคิล เพื่อสะท้อนภาวะพลังงานปัจจุบันและรับข้อความเชิงสัญลักษณ์สำหรับการดูแลตนเองต่อไป
ปรับสมดุลจักระ 7 ศูนย์พลังงานหลัก
ลดความตึงตัวของระบบประสาท
คลายกล้ามเนื้อและ fascia ลึก
ลดภาวะใจสั่น วิตกกังวล
เสริมสมาธิและความนิ่งภายใน
เพิ่มความรู้สึก grounded และมั่นคง
ผู้ที่รู้สึกพลังงานตก อ่อนล้า
ผู้มีอารมณ์แปรปรวนง่าย
ผู้ที่ต้องการปรับสมดุลชีวิต
ผู้ฝึกโยคะ/สมาธิที่ต้องการปรับพลังงานก่อนหรือหลังฝึก
ผู้ที่รู้สึกไม่เชื่อมโยงกับตัวเอง
คลาสปรับจักระเริ่มต้นด้วยการพาผู้ฝึกเข้าสู่ภาวะนิ่งสงบอย่างอ่อนโยน ผ่านการจัดลมหายใจและการผ่อนคลายร่างกายในท่านอนสบาย เสียงขันทิเบตจะค่อย ๆ แผ่คลื่นความถี่ลึก นำพาระบบประสาทเข้าสู่ภาวะผ่อนคลาย พร้อมผสานเสียงคริสตัลโบล์วและเครื่องดนตรีบำบัดอื่น ๆ ที่สร้างชั้นของแรงสั่นสะเทือนอย่างประณีต
เมื่อร่างกายและจิตใจเปิดรับ คลื่นเสียงจะทำหน้าที่เสมือนสะพานเชื่อมสู่ศูนย์พลังงานแต่ละจุด ครูจะประเมินและปรับจักระเป็นรายบุคคล โดยใช้เสียง ความถี่ และแรงสั่นสะเทือนที่เหมาะสมกับภาวะพลังงานของผู้ฝึกในขณะนั้น เพื่อคลี่คลายพลังงานที่ติดค้างและกระตุ้นการไหลเวียนให้กลับสู่สมดุล
ตลอดเซสชัน ผู้ฝึกจะได้สัมผัสความรู้สึกนิ่งลึก โปร่ง โล่ง และมั่นคงจากภายใน เสมือนพลังงานได้รับการจัดระเบียบใหม่อย่างอ่อนโยนแต่ทรงพลัง
กรณีผู้ฝึกไม่เกิน 3 ท่าน ใช้เวลาประมาณ 60-90 นาที
ปิดท้ายด้วยการอ่านพลังงานผ่านไพ่ออราเคิล เพื่อสะท้อนภาวะพลังงานปัจจุบันและรับข้อความเชิงสัญลักษณ์สำหรับการดูแลตนเองต่อไป
ขันทิเบตสร้างคลื่นเสียงที่มี overtone หลายชั้น เสียงจะเกิดแรงสั่นสะเทือนที่ถ่ายทอดผ่านเนื้อเยื่อและของเหลวในร่างกาย (ร่างกายมีน้ำเป็นองค์ประกอบมากกว่า 60%) จึงตอบสนองต่อคลื่นเสียงได้ดีมาก
นัดหมายเวลากับครูโอม
ลด mental fog สมองล้า คิดไม่ออก
ช่วยให้ความคิดชัดขึ้น
ลดอาการ overthinking
คลายพลังงานตึงสะสมจากการปะทะผู้คน
ปรับอารมณ์ให้เบาสบาย
เพิ่มความรู้สึกโปร่ง โล่ง สะอาดภายใน
คนที่ใช้สมองทั้งวัน
ผู้ที่ทำงานพบปะผู้คนจำนวนมาก
ผู้ที่รู้สึกเหนื่อยทางอารมณ์
คนที่ต้องตัดสินใจบ่อย
ผู้ที่ต้องการ reset ก่อนเริ่มต้นใหม่
เริ่มต้นด้วยการพาผู้ฝึกเข้าสู่ภาวะนิ่งสงบอย่างอ่อนโยน ผ่านการจัดลมหายใจและการผ่อนคลายร่างกายในท่านอนสบาย เพื่อให้ระบบประสาทค่อย ๆ ลดความตื่นตัวและเปิดรับการฟื้นฟู
เสียงขันทิเบตจะค่อย ๆ แผ่คลื่นความถี่ลึก ช่วยปรับสมดุลสนามพลังงานรอบกาย (aura field) พร้อมผสานเสียงคริสตัลโบล์วและเครื่องดนตรีบำบัดอื่น ๆ ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนหลายชั้นอย่างประณีต คลื่นเสียงเหล่านี้ทำงานทั้งในระดับพลังงานและระดับคลื่นสมอง ช่วยลดความถี่รบกวนภายใน (mental noise) และนำพาจิตใจเข้าสู่สภาวะโปร่งใส สงบ และมีสมาธิมากขึ้น
เมื่อร่างกายและจิตใจเปิดรับ ครูจะพาเข้าสู่ขั้นตอนชำระพลังงานที่ตกค้างจากความเครียด การปะทะทางอารมณ์ หรือความเหนื่อยล้าทางความคิด พร้อมปรับจูนสมองให้กลับสู่จังหวะที่สมดุล เป็นธรรมชาติ และมีความชัดเจนภายใน เป็นรายบุคคล
ตลอดเซสชัน ผู้ฝึกจะได้สัมผัสความนิ่งลึก ความโล่งโปร่ง และความมั่นคงจากภายใน เสมือนพลังงานและความคิดได้รับการจัดระเบียบใหม่อย่างอ่อนโยนแต่ทรงพลัง
กรณีผู้ฝึกไม่เกิน 3 ท่าน ใช้เวลาประมาณ 60-90 นาที
ปิดท้ายด้วยการอ่านพลังงานผ่านไพ่ออราเคิล เพื่อสะท้อนภาวะพลังงานปัจจุบันและรับข้อความเชิงสัญลักษณ์สำหรับการดูแลตนเองต่อไป
เน้นการใช้เสียงเพื่อ “รีเซ็ตสนามพลังงาน” และปรับคลื่นสมองให้เข้าสู่สภาวะสมดุล เสียงจะช่วยลด neural noise หรือความถี่รบกวนในระบบประสาท ด้วยศาสตร์ที่เรียกว่า Aura Cleansing และ Brain Cleansing